สวัสดีครับ สำหรับเอนทรี่นี้ขอมาแบบแหวกแนวหน่อย พอดีป้าไปได้เอกสารแจกฟรีมาซึ่งมีชื่อว่า "Dhammada" อ่านแล้วเตือนสติดี ถึงแม้มันอาจจะเข้าใจยากไปสำหรับบางประโยค ในเล่มมีเนื้อหาหลายอย่างทั้ง สอนให้รู้จักคิด เรื่องเล่าชีวประวัติ บทสัมภาษณ์ ท่องเที่ยว แม้กระทั่งเมนูอาหาร และที่สำคัญในเล่มยังมี 2 ภาษาให้เลือกอ่านอีกด้วย ทั้งไทยและอังกฤษ ทำให้ผมได้ฝึกภาษาอังกฤษไปพลาง ๆ

 

ในฉบับนี้ได้กล่าวถึงเรื่อง "ทำอย่างไรถ้าพรุ่งนี้ไม่มีกาย" ซึ่งผมก็อยากจะให้เพื่อน ๆ ลองอ่านแล้วเอากลับไปคิดดูน่ะครับ

 

---------------------------------------------------------------------------------------------

แท้จริงการที่เราเคลื่อนไหวไปมา หยิบจับขยับเขยื้อนได้ นี้คือความเป็นปกติของกาย

หากวันหนึ่ง . . . ทั้งที่เป็นกายของเรา แต่ไม่อาจเคลื่อนไหว หยิบบจับขยับเขยื้อน เราจะทำอย่างไร

 

เมื่อกายยังปกติไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด ให้ "รู้" ขึ้น

การมี "สติ" ระลึกรู้ขณะที่กายเคลื่อนไหว จะเป็นอิริยาบถใด ท่าทางใด นี้เรียกว่ารู้กาย

 

ยืน เดิน นั่ง นอน ควรฝึกสติระลึกรู้

หยิบจับ ก้มเงย คู้เหยียด ควรฝึกสติระลึกรู้

มีสติรู้ ตามปกติที่กายเป็น

 

ทำอย่างไร ถ้ายืนไม่ได้ นั่งไม่ได้ เดินไม่ได้ ขยับไม่ได้

ถ้าวันนี้มีกาย แต่เหมือนไม่มี จะทำอย่างไร ถ้าไม่มีสติที่จะระลึกรู้

 

เมื่อกายยังเป็นปกติ ทำภาระหน้าที่ต่าง ๆ ผ่านการเคลื่อนไหว

เคยไหม วิ่งโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังวิ่ง ? เดินโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเดิน ?

 

เคยไหม ทำอะไรแล้วไม่รู้ตัวว่าทำหรือยัง ?

ปิดประตูหรือยัง ? ถอดปลั๊กหรือยัง ?

นี่เพราะทำอะไรไม่เคยมีสติรู้ตัวขณะการทำ

 

บางคนว่า จะรู้ตัวตลอดเวลาอยู่ได้อย่างไร

มีอะไรหลายสิ่งที่ต้องทำ มัวแต่มารู้ตัวอยู่คงทำอะไรไม่ได้

 

เคยสงสัยบ้างไหมว่า . . . ทำไมเราถึงหายใจได้ตลอดเวลา ?

ไม่ว่างานจะยุ่งอย่างไร เราไม่เคยพักการหายใจ

จะยืน เดิน นั่ง นอน จะกระโดดโลดเต้น เราก็หายใจ

เราจึงควรที่จะฝึกสติให้ระลึกรู้

 

จุดหมายไม่เคยหายไป เวลาไม่เคยสายเกิน หากจะเริ่มต้น

เพราะหากไม่เริ่มต้น จุดหมายที่มีอยู่ก็เหมือนหายไป เวลาของชีวิตที่มีอยู่ก็เหมือนไม่มี

 

ถึงเวลาหรือยัง ที่จะฝึกสติให้ระลึกรู้ ระลึกถึงสิ่งที่ปรากฎทางกาย

จนรู้และเข้าใจลักษณะของกาย . . . อย่างที่เป็นจริงไม่หวั่นไหวแม้กายจะเปลี่ยนเช่นไร

เช่นนี้ . . . ทุกข์จากความหม่นหมองย่อมเกิดไม่ได้

 

การระลึกรู้สภาวะที่ปรากฎทางกาย เป็นข้อหนึ่งของการเจริญสติปัฏฐานสี่

ในคำสอนของพระพุทธศาสนา ระลึกรู้สภาวะที่ปรากฏ จนรู้และเข้าใจบนฐานทั้งสี่

เป็นหนทางนำสัตว์ทั้งปวงให้ล่วงทุกข์

 

บทความโดย พระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม

 

---------------------------------------------------------------------------------------------

ทำอย่างไรถ้าวันนี้มีกาย . . . แต่เหมือนไม่มี คำถามนี้อ่านจบแล้วลองเอากลับไปคิดดูน่ะครับ

ปิดท้ายด้วย คำถามที่คนส่วนใหญ่ชอบถามพระพร้อมคำตอบ โดยพระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม

 

1.) ถ้ามีขอทานนั่งอยู่ข้างถนน เราควรจะให้เงินเขาหรือไม่ ? เพราะถ้าให้เขาก็จะยังมานั่งขอเหมือนเดิม ถ้าเกิดไม่ให้เขาก็อาจจะเลิก ถ้าไม่ให้เขาเราจะผิดไหม ?

ตอบ ให้หรือไม่ให้ ไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก อยู่ที่เราอยากสะสมอะไร สะสมการเพิ่งโทษ หรือสะสมความเกื้อกูลที่จะมีต่อบุคคลอื่น ๆ

สรุป ผมคิดว่าการที่เราจะทำดี มันไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่เราจะทำด้วย แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเอง หากเราตั้งใจทำดีจริง ๆ ไม่ว่าบุคคลที่เราทำดีด้วยนั้น จะเอาสิ่งดี ๆ ที่เรามอบให้ไปใช้ในจุดประสงค์ใด ความดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับเราเหมือนเดิม

 

2.) คนเราเกิดมาคงไม่มีใครไม่เคยผิดศีล อย่างนี้เราจะไปถึงนิพพานได้เหรอ ?

ตอบ ทุกอย่างก็ต้องค่อยเพิ่มเติมขึ้น เริ่มต้นที่จะมีศีลตั้งแต่วันนี้

 

3.) ทำไมสัตว์ทำร้ายเราได้ แต่เราทำร้ายสัตว์ไม่ได้ ?

ตอบ ถ้าเหมือนกันคงไม่มีอะไรที่สร้างความแตกต่างให้เราเป็นมนุษย์ เราจะบอกว่าเราดีกว่า สัตว์ได้อย่างไร ถ้าจิตใจไม่แตกต่าง

 

เอนทรี่นี้พอแค่นี้ก่อนละกันครับ คิดว่าคนอ่านคงจะเบื่อกันแล้ว ใครอ่านได้จบผมก็ขอขอบคุณมากน่ะครับ ส่วนคนที่อ่านไม่จบก็ไ่ม่เป็นไร แค่เอากลับไปคิดก็ดีถมแล้ว

เอาหละ ๆ ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงเข้าโหมดนี้ได้ . . เอาเป็นว่าเอนทรี่หน้าจะหาเรื่องบันเทิง ๆ สไตล์ชาว exteen มาเขียนละกันครับ

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://rzobrydyzakeyfd.com">fwrrvzrhpzsixls</a> http://pjqikzwrrngzvad.com [url=http://fnvaazvcasglnvk.com]oiyjvxzfxttfsbg[/url]

#32 By rabfzivvti (94.102.52.87) on 2010-06-14 15:42

เราชอบจำไม่ได้ว่าถอดปลั๊กรึยัง
จิงๆ
555
Hot!

#31 By ชุน on 2009-04-01 10:43

ร่มเย็นๆ ครับ big smile

#29 By nora on 2009-04-01 07:01

ฮูววHot! Hot! Hot!

#28 By น้ามชา on 2009-03-31 22:37

คิดได้ทันทีเลยค่ะ Hot!
สาธุ .. อิอิ

#27 By eebabo☆彡 on 2009-03-31 21:54

Hot! Hot! ดีจัง

#26 By .-.Chill.-. on 2009-03-31 18:12

เป็นคำถามคำตอบที่ประเสริฐมาก

สติมาปัญญาเกิด
สติเตลิดจะเกิดปัญหา

สติมาหมาไม่กัด
สติถูกตัดจะไปกัดกับหมา


big smile big smile big smile

#25 By Nirvana on 2009-03-31 13:23

ชอบคำตอบข้อที่3มากครับconfused smile

#24 By pbmath on 2009-03-31 08:14

เข้าใจแจ่มชัดครับ ขอบขอบคุณสิ่งดีๆ ที่มาแบ่งปันครับ

การให้ธรรมะถือเป็นทานอันสูงสุดครับ

Hot!

#23 By ::poompuien:: on 2009-03-31 00:25

Hot! Hot! เยี่ยม

#22 By (^_^)/nana on 2009-03-30 21:59

อ่า...ธรรมะ big smile

#21 By six on 2009-03-30 20:57

big smile Hot!

#20 By iDoi* on 2009-03-30 19:02

ว้าววว . . มีคนอ่านเล่มเดียวกันหลายคนด้วย ดีใจจัง big smile

#19 By ToBIDaSoU on 2009-03-30 18:09

เมื่อกี้เพิ่งอ่านธรรมดาจบไปเองค่ะ
หน้าปกโครงกระดูกวิ่งได้ อ่านเล่มเดียวกันเลย
ได้ข้อคิดมากเลยค่ะ Hot! confused smile

#18 By Öam on 2009-03-30 17:52

Hot! Hot! Hot!

#17 By Nerd de Scriptorus on 2009-03-30 17:45

ดีจังเลยค่ะ เราก็ได้อ่าน Free copy อันนี้เหมือนกัน

#14 By Glinda The Good on 2009-03-30 11:30

ชอบเรื่องสติมากเลยครับ

ชอบเอนทรี่นี้จัง

Hot!

#13 By นายอุ๊ย!! on 2009-03-30 10:15

สาธุ มาแนวธรรม Hot!

#12 By Pat's Song on 2009-03-29 22:58

ผมชอบอ่านแนวนี้นะ ให้แนวคิดดีครับ big smile

ชอบประโยคนี้จริงๆ "จุดหมายไม่เคยหายไป เวลาไม่เคยสายเกิน หากจะเริ่มต้น

เพราะหากไม่เริ่มต้น จุดหมายที่มีอยู่ก็เหมือนหายไป เวลาของชีวิตที่มีอยู่ก็เหมือนไม่มี "


Hot!

#11 By นายเป็ด!!! on 2009-03-29 22:29

big smile big smile big smile

#10 By Meowzilla Zilla on 2009-03-29 22:17

เยี่ยมค่ะHot!

#9 By amp_chinj on 2009-03-29 20:14

............ (สติหลุดไปเลย)

แปลกนะที่เวลาง่วงทีไรก็ต้องหลับ
แปลกอีกน่ะแหละที่เวลาตื่นทีไรมักต้องลืมตา
(ถูก จขบ. ถีบ)

#8 By p.cobra on 2009-03-29 19:02

ได้ข้อคิดดีHot!

#7 By นายโยจิ^_^ on 2009-03-29 17:40

big smile

#6 By ไอ้ไทม์ on 2009-03-29 14:52

#4 อะสามของไอถูกต้องมาก cry ตามความเชื่อของภพภูมิที่มีอยู่มันก็บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน big smile

#5 By ToBIDaSoU on 2009-03-29 14:45

อะ หนึ่ง ดีค่ะ...เมื่อมีสติรับรู้ทุกการกระทำอยู่ตลอดเวลา จะไม่เสียใจในสิ่งที่ได้ดำเนินลงไป

อะ สอง จะทำอะไรขอให้คิดดีมีเจตนาดีจึงจะได้ชื่อว่าทำดี

อะ สามมนุษย์อย่างเราคงเป็นรอยต่อระหว่างสัตว์ประเสริฐกับสัตว์ดิรัจฉาน

Hot!

#4 By ire_u on 2009-03-29 14:32

^^Hot!
ไม่รู้จะเม้นอะไรเลยทีเดียว..

#3 By sage_nu on 2009-03-29 14:12

อ่านจบแล้วมีเรื่องให้คิดทันที
ให้เลยHot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!

#1 By mahaoath on 2009-03-29 14:00